ตอนที่ 6

ในใจสับสน*

 

 

 

หลังม่านน้ำนั้น

 

สายฝนโปรยโปรยปรายลงมาเหมือนเมื่อวันก่อน
แต่ภายในใจของฉันเปลี่ยนไปแล้ว

 

ฉันรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นมากขึ้น

 

 

ยืนอยู่บนระเบียง

 หูของฉันได้ยินเสียงแว่วมาจากในห้องพัก
เป็นเสียงร้องเพลงของพี่เม
เสียงที่ได้ยิน แม้อยู่ใกล้ แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าฉันจะไม่มีวันไปถึงเสียงนั้นได้ ตัวฉันและตัวเขามันช่างไกลกันเหลือเกิน คงไม่มีวันที่จะมาบรรจบกันได้ง่ายๆเหมือนอย่างที่ใครๆอาจคิด

 

 

ฉันยืนอยู่ตรงนั้น มีลมเบาๆพัดมากระทบใบหน้า ใจครุ่นคิดเรื่องนั้นนี้ไปเรื่อยเปื่อย โดนไม่รู้ตัว ฉันจ้องไปเบื้องหน้า ที่มองไม่เห็นอะไรนอกจากสายฝนที่ซัดสาดเข้ามา แม้มันไม่เปียกตัวของฉัน แต่ฉันกลับรู้สึกเชื่อมถึงมันอย่างประหลาด ราวกับว่า เสียงน้ำฝนที่กระทบพื้นกำลังพูดคุย
และส่งเสียงเรียกให้ฉันพูดจาโต้ตอบกับมัน

 

ฉันยื่นมือออกไป

 

ราวกับตอบรับเสียงเรียกนั้น

 

 

“แก้ว แก้วอยู่ที่ไหนคะ”

 

 

เสียงที่เรียกฉัน ฟังไกลห่างออกไปทุกที แปลกจัง แม้ว่ามือของฉันจะชุ่มไปด้วยน้ำ แต่ใจฉันกลับรู้สึกอบอุ่น เหมือนได้พบเพื่อนเก่าที่เฝ้ารออยากพบมานาน

 

“แก้ว”

 

เสียงเรียกนั้นเหมือนจะดังใกล้เข้ามาอีก แต่ใจฉันกลับยิ่งรู้สึกต่อต้าน

 

ฉันไม่ควรอยู่ที่นี่

 

ฉันควรรีบหนีไปให้ไกล ความสกปรกโสมมในตัวฉันจะมาเปรอะเปื้อนที่นี่ไม่ได้

 

 

แล้วทันใดนั้น

ความคิดของฉันก็เหมือนกระแทกเข้าอย่างจังกับผนังที่สูงไม่มีที่สิ้นสุด

 

“ฉันมาที่นี่ทำไม”

 

เสียงของตัวฉันเองดังก้องในศีรษะจนตัวฉันเองยังสะดุ้งตกใจ ความคิดนั้นฉับพลันเข้าครอบงำฉัน ฉันไม่ควรมาอยู่ที่นี่เลย ทำไมเท้าของฉันจึงพาฉันมาที่นี่ได้ ฉันไม่ควรมาที่นี่

 

ฉันมองลงไปเบื้องล่าง ที่พื้นถนน ทั่วทุกหนแห่งมีแต่น้ำฝนซัดสาด บ้านเมืองดูราวกับไร้ผู้คน

 

นั่นเป็นที่ของฉันต่างหาก

 

ที่ที่แสนอบอุ่นอย่างห้องนี้ ไม่ใช่ที่ของฉันหรอก ฉันไม่อาจคู่ควรกับมัน

 

 

ฉับพลัน แม้อยู่ในชุดนอนสีขาวบางๆนั้น แก้วก็ออกวิ่ง ความคิดที่รุนแรงประดังเข้ามาในหัว และไม่กี่วินาทีต่อมา แก้วก็ออกมาจากที่นั่น เสียงที่เรียกชื่อของเธอไม่ได้วันได้พบกับเจ้าของ และไม่อาจได้หยุดหย่อน

 

แก้วออกไปจากห้องแล้ว ทิ้งไว้แต่พื้นหน้าระเบียง และในห้อง ที่เปียกชุ่มไปด้วยรอยเท้าและรอยฝนสาด

 

เราคงหาเธอไม่เจออีก

 

เมคิด

 

 เป็นเรื่องยากสักแค่ไหน ที่จะตามหาคนคนหนึ่งในเมืองใหญ่

และยิ่งคนคนนั้นไม่มีญาติมิตร ไม่มีเพื่อนพ้องที่ไหนให้พึ่งพิง แก้วจะไปอยู่ที่ไหนได้

 

เมเดินออกจากห้องไปด้วยใจกังวล แต่เมื่อเดินมาถึงหน้าคอนโด เธอก็ไม่สามารถพบร่องรอยอะไรได้อีก นอกจาก ท้องถนนที่ไร้ผู้คน มีแต่เสียงฝนและเสียงฟ้าร้องเท่านั้น ที่ดูจะเป็นหลักฐานเดียวของความสับสนของคนที่เลือกจะเดินออกไป มากกว่าพักหลบอยู่ข้างใน ในห้องที่แสนอบอุ่น และมีคนที่รัก*

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 7

ความเจ็บปวด*

 

 

ปึก

 

แก้วรู้สึกเจ็บ คงเพราะเธอไม่มีอารมณ์ร่วมกับมันล่ะมั้ง แก้วรู้สึกคุ้นเคยพร้อมๆกับขยะแขยงสิ่งนี้อย่างแปลกๆ

 

ปึก ปึก

 

จังหวะกระชั้นเร้ามากขึ้นเรื่อยๆ เบื้องหน้าแก้วไม่เห็นอะไร นอกจากใบหน้าบูดเบี้ยวของเขา กับเพดานฉากหลังที่มีพัดลมเก่าๆห้อยอยู่ ใบหน้าของเขาช่างชัดเจนเหลือเกิน แก้วเกิดรู้สึกกลัวว่ามันจะประทับอยู่ในความทรงจำ แก้วหลับตาปี๋ น้ำตาไหลออกมา แก้วไม่รู้ว่าทำไมมันถึงไหล เป็นความเจ็บปวดที่มาจากข้างในหรือข้างนอกกันนะ

 

ปึก ปึก ปึก

 

แก้วกลั้นหายใจ รู้สึกไม่ชอบเลย เมื่อเสียงครางเบาๆดังออกมา เธอรู้ว่าเธอหมดหน้าที่ เขาขยับตัวออกไป นอนนิ่ง ทิ้งแก้วไว้กับคราบสกปรกและกลิ่นเหม็น

 

แก้วเองก็นอนนิ่ง

 

“เออ…ทีนี้เธอจะบอกได้หรือยังล่ะ เธอชื่ออะไรหรือ”

 

ควันบุหรี่ลอยฟุ้งกระจายเต็มห้อง เขาสูดมันเข้าเต็มปอดราวกับมันเป็นอาหารที่เขากำลังรับประทานด้วยความเอร็ดอร่อย

“ว่ายังไงล่ะ เธอชื่ออะไร”

 

“…”

 

“ถ้าเธอไม่พูดฉันก็ไม่รู้จะว่ายังไงนะ หน้าตาก็สะสวยดี แต่เธอเป็นบ้าเหรอ”

 

“…”

 

เขาหันหน้ามาใกล้ แก้วไม่ได้ทำอะไรนอกจากมองหน้าเขา นั่งพิงหมอนนิ่งๆอย่างนั้น เธอรู้สึกอยากไปให้พ้นๆจากสภาพนี้ แต่ขากลับไม่ยอมก้าว หรือว่าร่างกายเธอจะรู้นะ หรือว่าสิ่งนี้เหมาะสมกับเธอที่สุดแล้วกันนะ มองออกไปนอกหน้าต่าง ฝนหยุดตกแล้ว ท้องฟ้าดูใส ไร้เมฆ เมื่อมองเห็นแบบนี้แล้ว แก้วนึกถึงออกไรบางอย่าง อะไรที่อยู่ไกลออกไป ที่รู้สึกมีคุณค่ามาก ทำไมถึงนึกไม่ออกนะ

 

“งั้นฉันเรียกเธอว่า…อะไรดีล่ะ…ช่วยคิดหน่อยซิ”

 

แก้วมองตาแป๋ว หนวดเหนือริมฝีปากของเขาชวนให้นึกถึงเรื่องในสมัยเด็กบางเรื่อง ควันบุหรี่ลอยอยู่เต็มห้องเลย แก้วไอสำลักควันที่ลอยอยู่ตรงหน้า ทันในนั้นเอง เรื่องที่น่างี่เง่าก็เกิดขึ้น ท้องของแก้วร้องเสียงดัง ทั้งเขาและแก้วมองไปที่ท้องเจ้ากรรมที่ดันร้องขึ้นมา แก้วยิ้มแหยๆ ในขณะที่เขาก็ครุ่นคิดอยู่พักนึง และพูดออกมาว่า

 

“เธอ…อยากกินอะไรล่ะ ออกไปกินกัน”

 

“…

 

“…เค้ก”

 

“หา! เอาของแพงเลยเหรอ! ฉันน่ะไม่ค่อยมีตังค์หรอกนะ บอกเอาไว้ก่อน กินก๋วยเตี๋ยวข้างทางล่ะก็พอได้ เอ้า แต่งตัวซะสิ เดี๋ยวออกไปกินกันเลย ที่ก็จะเย็นแล้ว ฉันก็หิวเหมือนกัน”

 

แก้วมองหน้าเขา นิ่งอยู่พักหนึ่ง เธอก็เดินไปเข้าห้องน้ำ เรื่องเลวร้ายอาจเกิดขึ้นกับเรา แต่ทำยังไงได้ล่ะ  เรื่องเลวร้ายก็เกิดขึ้นกับทุกคนนั่นแหละ แก้วคิดได้อย่างนั้นก็ยิ้ม แล้วพลันคิดถึงเรื่องสนุกๆที่น่าจะเกิดขึ้น ดูเหมือนแก้วจะลืมเรื่องสำคัญไป เรื่องสำคัญที่ไม่น่าลืม*

we are in diaryis.com family | developed by 7republic