ตอนที่4
ใบไม้สีเขียว*

 

"ว้าว!"

ข้างหน้าที่ฉันเห็นคือภาพงานศิลปะขนาดใหญ่ รูปภาพสีน้ำมันนั้นทรงพลังอย่างประหลาด ให้สีสันที่บอกอารมณ์ได้ยาก ไม่รู้ว่ารู้สึกร้อนหรือเย็นกันแน่ ทั้งที่จากการใช้สีนั้นดูเน้นหนักไปทางสีสัม แดง แต่ทำไมนะ ฉันถึงรู้สึกเย็นเยือกประหลาด.. ให้ความรู้สึกเร้นลับที่เคลือบไว้ด้วยความร้อนแรงกระมัง..

"พี่คะ..ดูสิคะ รูปนี้เจ๋งไปเลย"

แก้วยังคงส่งเสียงใสอยู่หน้าภาพ นิ้วมือชี้ไปมาที่รูปภาพ โดยมีเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์คอยเหลือบมองอยู่อย่างไม่ไว้ใจว่าเด็ก"ซนๆ"คนนี้จะมาทำงานศิลปะในความดูแลของเขาเสียหายหรือเปล่า แก้วหัวเราะคิก หันไปสนใจภาพอื่นบ้าง เธอเดินทอดอารมณ์อย่างยิ้มๆมีความสุข ชวนให้ฉันนึกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอเป็นแค่ความฝันเท่านั้น เมื่อตื่นขึ้นทุกอย่างก็จะหายไป..

"พี่คะ.."

ฉันสะดุ้งจากภวังค์ความคิด ไปหาต้นตอของเสียง แก้วยิ้มที่มุมปาก หน้าใสๆของเธอนั้นมีรอยแต้มบางๆที่แก้มทั้งสอง เป็นสีแดงระเรื่อของสาวแรกรุ่น

"คะ?..ขอโทษค่ะ พี่คิดอะไรเพลินๆอยู่..แก้วมีอะไรหรือเปล่าคะ"

"พี่ดูสีหน้าไม่ดีเลยค่ะ พี่เมเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ..เบื่อหรือเปล่าคะ"

ฉันยื่นไปลูบหัวเด็กน้อย พลางบอกว่า

"ไม่เบื่อหรอกค่ะ เห็นแก้วหัวเราะไปมา สนุกดีด้วยซ้ำ หิวหรือยังคะ ไปหาอะไรทานไหม"

แก้วยิ้ม สะบัดตัวเดินออกไป กระโปรงสีขาวเนื้อบางนั้นพริ้วไปกับร่างของเธอ

"ไม่หิวหรอกค่ะ แก้วอยากสนุก อยากเดินไปรอบๆ.. เว้นแต่ว่าพี่เมจะเบื่อ.."

ถึงตรงนี้เธอพลันเปลี่ยนอิริยาบถ เข้ามาจับไหล่ฉันไว้อย่างกังวล

"พี่เมเบื่อหรือเปล่าคะ? หรือว่าเหนิ่อย ถ้างั้นไปหาอะไรทานไหมคะ.. ไหมคะพี่.. เดี๋ยวกลับบ้าน แก้วนวดให้นะคะ เมื่อยขาหรือเปล่าคะ"

สองมือระวิงบีบนวดมาที่ไหล่ของฉัน ฉันจับสองมือนั้น กุมไว้ในมือของฉันอย่างเบาๆ

"ถ้างั้นเราไปหาอะไรทานก็ดีค่ะ พี่อยากให้แก้วเล่าให้พี่ฟังด้วย..หนูมีปัญหาอะไร บอกพี่ได้เลยนะคะ พี่อยากฟังค่ะ"

ฉันยิ้ม แต่สีหน้าที่ได้รับตอบนั้นกลับทำให้ฉันกังวล ความสดใสหายไป ความเป็นเด็กร่าเริงของเธอนั้นไม่อยู่ในท่วงท่า แก้วเดินไปข้างหน้า สายตาก้มลงต่ำ พูดด้วยน้ำเสียงเกือบกระซิบ

"ค่ะ..ค่ะ..ถ้างั้นไปกัน.."

แก้วเดินนำไปข้างหน้าแล้ว ด้วยใจเป็นห่วงอย่างประหลาด ฉันรีบเดินไปฉุดรั้งมือเธอไว้ พยายามหาความจริงจากดวงหน้าของเธอ ฉันรู้สึกหนาวยะเยือกอย่างประหลาด ฉันไม่อยากเห็นเธอเป็นอย่างนี้เลย

"แก้ว แก้วเป็นอะไรคะ ถ้าแก้วไม่สบายใจ เราจะไม่พูดกันถึงเรื่องนี้นะ เราจะไม่พูดเลยถ้าแก้วไม่อยากพูดนะคะ"

ฉันกอดเธอไว้แน่นด้วยแรงเท่าที่ฉันมี ใจอยากจะกอดเธอให้แน่นกว่านี้อีก เกรงว่าเธอจะหายไป และแล้วฉันก็ฉุกคิดขึ้นได้ ..ฉันกลัวแก้วจะสลายไป ไม่มีตัวตนอยู่..

"พี่รักแก้วนะ พี่เป็นห่วง อย่าไม่สบายใจเลยนะคะ ขอพี่กอดหน่อยนะ..ให้แน่นอีกนิด ..ให้แน่นอีกนิด"

ฉันหลับตาปี๋ ใจคิดกังวลไปสารพัดถึงเรื่องที่แก้วพบเจอมา ฉันบอกกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ฉันต้องรับให้ได้ และจะเป็นผู้ปลอบโยน ไม่ใช่เป็นฝ่ายตกใจเสียเอง แต่แล้วในท่ามกลางความสับสนในใจฉันนั้น เสียงแผ่วเบาของแก้วก็ลอดออกมาจากริมฝีปากบางของเธอ

"ใบไม้สีเขียวค่ะ..ใบไม้สีเขียว"

"หา?..อะไรนะคะ..แก้ว?"

*

 

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 5
ความจริงที่ซ่อนอยู่*

 

จนถึงทุกวันนี้
เสียงของแก้วในเวลานั้นยังคง
ดังก้องวนอยู่ในจิตใจฉัน

.

.

.

.

"ใบไม้สีเขียวค่ะ.. พี่เม.. ใบไม้ไม่มีอีกแล้ว"

ดวงตาของฉันเพ่งมองไปข้างหน้า
สมองทุกส่วนพยายามครุ่นคิด
ด้วยไม่อยากถามอะไร
ไม่อยากให้คำถามของฉันพลาดไปแตะแผลในใจของแก้ว
ไม่ว่าคำถามใดทั้งสิ้น

.

.

"พี่..ฟังแก้วอยู่นะคะ พี่..ฟังแก้วอยู่ค่ะ"

.

.

แก้วเงยหน้าขึ้นมองหน้าฉัน
แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่สื่อสารออกมา
เสียงของเธอเบา
ราวกับไม่ต้องการให้ใครได้ยินทั้งนั้น
ไม่ว่าใครในโลกนี้

"ใบไม้ไม่มีอีกแล้วค่ะพี่.. มันไม่มีทางจะกลับมาเขียวดังเดิมอีกแล้ว.."

พร้อมๆกับที่เสียงแผ่วเบานั้นหลุดออกมาจากปาก
ดวงตาทั้งสองข้างก็พรั่งพรูไปด้วยสัญลักษณ์แห่งความเหงา..
ความเศร้า.. 
ราวกับว่าความอัดอั้นในใจ
ได้รับการปลดปล่อยออกจากพันธนาการทั้งปวง
ในคราวเดียวกระนั้น

.

.

.

.

แก้วร้องไห้ 
ร้องไห้แบบไร้เสียง
ดวงตาเธอพริ้มหลับ
สองแขนตระกองกอดหลังของฉันไว้
มือทั้งสองของเธอสั่น
ฉันทำอะไรไม่ได้มากไปกว่า กอดพยุงแก้วไว้
ไม่ให้เธอล้ม
ผู้คนรอบข้างที่เข้ามาชมงานศิลปะคงเห็นความผิดปกติอะไรบางอย่างไม่เร็วก็ช้า
ฉันควรพาแก้วออกไปจากที่นี่ก่อน

"เรา..กลับไปคอนโดของพี่กันนะ กลับบ้านของเราก่อน เราอยู่ด้วยกันนะคะ แก้ว ทุกอย่างจะเรียบร้อยดี..หนูทำใจดีๆไว้นะ พี่อยู่กับแก้วนะ"

คำพูดปลอบประโลมไหลพริ้วออกมาจากปากฉันราวสายน้ำ
สายน้ำที่หวังว่าจะช่วยชโลม"ใบไม้สีเขียว"ของแก้วให้ชุ่มชื่นขึ้นได้บ้าง
แก้วลืมตา
ยื่นหน้าเข้ามาจุมพิตเบาๆที่แก้มของฉัน
ฉันเห็นความสดใสในตาของเธออีกครั้ง
ฉันยิ้มได้

"งั้นไปกันนะคะ เดี๋ยวนี้เลย แก้วอยากได้ของอะไรก่อนไหม จะได้ไปซื้อกัน"

แก้วส่ายหน้าช้าๆ
ดวงตาเป็นประกาย
เธอยื่นมาจับมือของฉันไว้
และเดินไปข้างหน้า

"ถ้างั้นไปกันเถอะค่ะ  เราไม่ควรมาเสียเวลากันที่นี่ แก้วอยากได้.. เมล็ดผักจังเลย"

"เมล็ดผัก?"

แก้วหันหน้ามา
ยิ้มให้ฉันแบบเด็กๆ
ความหม่นหมองเมื่อครู่ราวเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับเด็กที่มีรอยยิ้มสดใสคนนี้ตอนนี้

"ก็ใช่น่ะสิคะ! เมล็ดผัก แก้วอยากปลูกผัก ปลูกผักกินเองกันเลย! บ้านพี่เม มีพื้นที่ตรงระเบียงตั้งเยอะ เราจะปลูกผัก ทำอาหารกันให้สนุกไปเลย ดีไหมคะ?"

พูดเสร็จ ยังไม่ทันฟังคำตอบ
แก้วก็หัวเราะ
เสียงหัวเราะของเธอราวกับภูติน้อยๆ
ไม่มีความทุกข์ใดเข้ามากลางใจเธอได้
เอาไงเอากัน ฉันอยากให้เธอหัวเราะแบบนี้
มีสุขแบบนี้ ไปเรื่อยๆ.. หากเป็นไปได้

"ดีค่ะ! แต่ว่าแก้วต้องเป็นคนพรวนดินนะ ขืนมือพี่เปื้อนดิน เล็บหัก เจ้านายว่าตายเลย หาว่าไม่ดูเลตัวเองดีๆ"

ฉันหัวเราะบ้าง
เสียงหัวเราะของเราสองคนราวกับจะก้องไปทั้งอาคาร
จูงมือกันไป
ฉันรู้ว่าเวลาของเราอาจมีไม่นาน
แต่ฉันจะรักษามันเอาไว้
ด้วยแรงที่ฉันมี*


 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic