ตอนที่ 1
เธอกับฉัน*
ฉันยังจำได้ดีถึงวันนั้น ที่เสียงของเธอดังลอดออกมาอย่างยากเย็น
จากริมฝีปากของเธอ ตอนที่เธอหลับตาในอ้อมกอดฉัน ในเวลานั้น ฉันยังสับสนใจอยู่เลย ว่าฉันควรจะปล่อยให้เรื่องของเรามันยืดเยื้อไปแบบนี้จนถึงเมื่อไร
"พี่คะ โทรศัพท์ดัง ให้แก้วรับเลยไหมคะ"
"เดี๋ยวค่ะ เดี๋ยวพี่รับเอง"
ตัวฉันนอนกลิ้งเกลือกอยู่บนเตียงนอนที่ปูด้วยผ้าสีขาวสะอาดเนื้อดี สีผิวเนียนละเอียดที่หลังของฉันล้อกับแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ เธอหันตัวไปคุยโทรศัพท์ที่ข้างเตียง ออกนอกสายตาฉัน ฉันได้แต่มองเธอเงียบๆพร้อมรอยยิ้มกริ่มที่มุมปาก
"ค่ะ ค่ะ จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ"
คำว่า"ไป"ของเธอลอดเข้ามาแตะกลางใจฉัน ฉันรีบหันไปหาเธอ โผเข้ากอดจากทางด้านหลัง ทั้งๆที่ตัวยังเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงนอน กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวฉันแตะเข้ากับจมูกของเธอ
เธอวางโทรศัพท์ และหันมาสัมผัสริมฝีปากของฉันอย่างอ่อนโยนด้วย ริมฝีปากของเธอ
เป็นจูบรับเช้าวันใหม่
"เดี๋ยวพี่ต้องไปก่อนนะคะ ที่ทำงานเรียกตัวค่ะ"
"แล้วพี่จะกลับมากี่โมงคะ ออกไปทานข้าวด้วยกันก่อนได้ไหมที่ร้านกาแฟใต้คอนโดนี่น่ะค่ะ"
เธอยิ้มรับ และจูบอีกครั้งอย่างอ่อนโยน ก่อนหันไปสนใจผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้า
"ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปอาบน้ำนะคะ เดี๋ยวเราออกไปด้วยกัน เดี๋ยวแก้วมีโปรแกรมอะไรต้องไปไหมคะวันนี้"
"แก้วจะไปออดิชั่นงานถ่ายแบบงานหนึ่งค่ะตอนบ่ายๆ พี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ"
ฉันจูงมือเธอเข้าห้องน้ำ กระโดดอย่างร่าเริงเหมือนเด็กๆ ฉันคล้องมือเข้าไปที่คอของเธอ แลกรอยยิ้มกัน
"เดี๋ยวพอแก้วเสร็จงานแล้ว จะโทรไปนะคะ ว่าพี่จะเลิกกี่โมง และเราไปดูหนังกันนะคะ ทานข้าวด้วย เดี๋ยวแก้วเลี้ยงเองค่ะมื้อนี้ จองที่ไว้แล้ว"
วันนี้เป็น "วันพิเศษ" ของเราสองคน
เราสองคนยิ้มรับแบบรู้ทันกัน ฉันหันไปเปิดฝักบัว ให้สายน้ำไหลรดเข้ามาเปียกชุ่มไปทั้งร่างของเราสอง
เรื่องของเราจะไปถึงไหนนะ และจะจบแบบไหน
ฉันยังไม่อยากให้คำถามเหล่านั้นเข้ามารบกวนในจิตใจของฉันตอนนี้ เพราะอย่างน้อย ฉันก็ยังรู้ว่าเรื่องของเรายังเป็นจริงอยู่ในเวลานี้ และฉันจะรักษามันให้ดีที่สุด
"แก้ว จะใช้แชมพูกลิ่นไหนคะ ที่ซื้อมาใหม่หรือเปล่า"
"ใช่ค่ะ กลิ่นสตรอเบอร์รี่นั่นล่ะค่ะ พี่หยิบมาให้หน่อยสิคะ"
ฉันหันไปยิ้ม และรับขวดแชมพูมาจากมือของเธอ
มือของคนที่ฉันรัก*
ตอนที่ 2
เรื่องวันนั้น*
วันนั้นเป็นวันที่ฝนตกหนักทั้งวัน ตั้งแต่เช้า จนป่านนี้เป็นเวลาบ่าย2 เธอก็ยังไม่ออกมา และสายฝนที่เป็นดังกำแพงกั้นเราไว้ก็ยังคงอยู่ตรงนั้น ตั้งแต่เช้า
แก้วยืนอยู่ที่นั่น สายตาของเธอนิ่ง มองไปที่พื้นเบื้องหน้า เม็ดฝนแต่ละหยดที่พากันร่วงหล่นจากฟ้าราวกับวิ่งแข่ง กระทบพื้นถนนเม็ดแล้วเม็ดเล่า บ้างกระจัดกระจาย บ้างกระเซ็นกระสาย ผู้คนเดินผ่านไปมาอย่างเร่งรีบสมกับเป็นย่านชุมชน เท้าและขาของแก้วเต็มไปด้วยรอยเปื้อนโคลนที่ถูกสาดกระเด็นมา โดยคนบ้าง โดยรถบ้าง
แก้วยืนอยู่ที่นั่น และไม่มีใครจำได้ว่าเธอมายืนตั้งแต่เมื่อไร และจุดหมายแห่งการรอคอยของเธอคืออะไร ผู้คนมากมายที่ผ่านไปผ่านมา คงมองเธอเป็นประดุจสิ่งก่อสร้างอย่างหนึ่งที่อยู่ที่นั่น เธอมาที่นี่เพื่ออะไร และกำลังรอคอยอะไรอยู่นั้น ไม่ได้สลักสำคัญอะไร
ริมฝีปากของแก้วเริ่มสั่น ลมพัดผ่าน นำพาเอาทั้งความหนาวเย็นจับหัวใจที่ทะลุทะลวงไปทั้งร่าง และความชุ่มชื้นของน้ำฝนมาเป็นระลอก ระลอกแล้วระลอกเล่า แก้วยึดสิ่งของที่อยู่ในมือไว้แน่นขึ้นอีก กล่องสีน้ำตาลใบเล็กนั้นชื้นไปด้วยฤทธิ์น้ำฝน แต่สองมือนั้นยังคงประคองมันไว้ และพยายามปกปิดห่อหุ้มมัน ไว้ด้วยมือที่ก็เปียกชุ่มอยู่ไม่ต่างกัน
ประตูกระจกของตึกตรงข้ามเปิดเลื่อนออก แก้วสะดุ้งขึ้นมองด้วยความหวัง ดวงตาพุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่ว่างที่ประตูเลื่อนออกนั้น ..ไม่ใช่.. สายตาของเธอลดลงทันทีในวูบถัดมา และก้มลงจดจ่อไปที่พื้น ที่อิริยาบถเดิม ราวกับไม่มีการเคลื่อนไหวก่อนหน้านั้น
ชุดนักเรียนกระโปรงของเธอเปียกชื้น สายตาของเธอว่างเปล่า และของที่อยู่ในมือนั้นก็เริ่มชุ่มน้ำฝนไปถึงข้างใน เธอกำลังทำอะไรอยู่? หัวใจรู้สึกได้ถึงความปวดร้าวที่แฝงอยู่ลึกๆ สองเท้าอยากก้าวไปข้างหน้าเหลือเกิน อะไรกันนะที่ห้ามเธอไว้ไม่ให้เดินไปไหนจากที่นี่
แก้วกัดริมฝีปาก เธอเริ่มร้องไห้ ปล่อยให้ความทุกข์ในใจ ได้ระบายออกเป็นการกระทำบ้าง เธอจะรู้สึกดีขึ้น และในวินาทีแห่งความสับสนนั้น.. เธอก็มา..
"พี่คะ!"
สองเท้าที่เกือบเป็นเหน็บก้าวออกถนนไปโดยปราศจากอาการลังเล น้ำนองที่พื้นถนนกระเด็นขึ้นเปียกกระเซ็นไปทั้งสองเท้า แก้ววิ่งตรงไปข้างหน้า สายตาจับจ้องไปยังเม หญิงสาวในชุดสูทสีกรมท่าเบื้องหน้า เมมีท่าทีงงงวย
"แก้ว..? ..มาได้ยังไงกันคะ?"
เมมองแก้วตั้งแต่ศรีษะจรดเท้าอย่างตรวจสอบ มองผ่านไปเห็นกระเป๋านักเรียนที่ถูกทิ้งอยู่เบื้องหลัง และตัวเปียกชุ่มไปถึงเสื้อตัวในของแก้ว เมยื่นมือไปจับมือแก้วไว้ รู้สึกได้ถึงความเย็นชืดที่ซึมเข้ามาทันทีในผิวหนัง ขนลุกไปด้วยความหนาวนั้น
"แก้ว..เข้ามาข้างในก่อนเถอะ ทำไมหนูออกมายืนข้างนอก หนาวแบบนี้ ทำไมไม่เข้าไปข้างใน"
เมหันไปมองหน้าแก้วด้วยสายตาตัดพ้อ - ด้วยใจเป็นห่วง - ไม่มีคำตอบออกมาจากดวงหน้านั้น แก้วยิ้ม ยึดมือของเมไว้ และเดินตามเมเข้าไปในตึกคอนแวสบิวด์ดิงนั้นอย่างกระฉับกระเฉง ความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจราวกับได้รับการชำระ ปลดเปลื้องไปสิ้น เพราะตอนนี้ เมอยู่กับแก้ว และแก้วไม่กลัวอะไร*
ตอนที่ 3
กล่องใบนั้น*
ประตูเปิดออก เมเคลื่อนตัวเข้าไปภายในห้องอบอุ่นนั้นอย่างรวดเร็ว ในห้องที่ประดับประดาไว้อย่างโอ่โถงนั้น แก้วก้าวเข้าไปภายในอย่างช้าๆ ระมัดระวัง เมหันไปหยิบผ้าเช็ดตัวจากตู้ด้านข้าง ยื่นให้แก้ว
"เช็ดผมก่อนนะ ผ้านี่พี่ไม่ค่อยได้เอากลับไปซักเลย แต่ก็ยังสะอาดใช้ได้อยู่นะ"
เมยิ้มเลื่อนเก้าอี้ตัวนิ่มให้แก้วนั่ง โอบเธอไว้จากข้างหลัง แก้วสะดุ้ง หันหน้าซ้ายขวาเลิ่กลั่ก ราวกับหาใคร
"ไม่มีใครอยู่หรอกค่ะแก้ว ตอนนี้เราอยู่กันสองคน เจ้านายพี่กลับไปแล้ว นี่5โมงเย็นแล้วนะคะ"
แก้วก้มหน้านิ่ง สายตาไม่บ่งความรู้สึกอะไรมากนัก สองมือขยับช้าๆเช็ดศรีษะ แขน และคอ ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กนั้น ชุ่มชื่นไปด้วยน้ำฝนอย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกหนาวสะท้าน แต่แก้วไม่พูดอะไร แก้วหันไปมองหน้าเม ซึ่งมองหน้าแก้วอยู่เช่นกัน อย่างช้าๆ แก้วค่อยๆเลื่อนมือเข้าไปภายในเสื้อ หยิบกล่องสีน้ำตาลใบน้อยที่เธอยินดีเฝ้ารอเป็นชั่วโมงอยู่ท่ามกลางฝนนั่น เพื่อจะได้มอบให้คนคนนี้ คนที่เธอรัก
"ให้พี่เหรอคะ?"
เมยื่นสองมือออกไปรับโดยที่ไม่ได้มองที่สิ่งของ สายตาจับจดไปที่ดวงตาที่อ่อนล้าเพราะแรงฝนหรือเป็นความเหนื่อยล้าจากจิตใจก็ไม่อาจรู้ได้ของแก้ว เมโน้มตัวลงไปใกล้ สัมผัสอย่างแผ่วเบาที่ริมฝีปาก
"ขอบคุณนะคะที่ให้พี่ หนูรออยู่ข้างนอกนั่นตลอดเพื่อจะรอให้สิ่งนี้เหรอ?"
ไม่สบตา แก้วพยักหน้าช้าๆ 1 ครั้ง เมเข้ามากอดไว้อย่างอ่อนโยน รู้สึกถึงเสื้อผ้าที่ยังเปียกชุ่มอยู่ของแก้ว
"ตัวหนูยังเปียกอยู่เลย เปลี้ยนเสื้อผ้าก่อนไหมคะ เดี๋ยวพี่ไปหาชุดให้ รู้สึกว่ายังมีเก็บไว้นะ.."
เมหันไปสาละวนกับตู้เก็บของส่วนตัวของเธอ ในขณะที่ แก้วไม่สนใจอย่างอื่น สายตายังคงจับจ้องไปทุกอิริยาบถของผู้เป็นที่รัก แก้วลุกขึ้น เดินเข้าไปหาเม กอดแนบชิดจากทางด้านหลัง เธอรู้สึกอ่อนล้าเหลือเกิน
"พี่คะ.. แก้วขออยู่ด้วยได้ไหมคืนนี้.."
เมหันหน้ามาหา พยายามเพ่งพิศไปที่ใบหน้าขาวซีดนั้น เผื่อจะสามารถบ่งบอกถึงความนัยในคำพูดนั้นได้
"..ทำไมเหรอคะ แก้ว.. ที่บ้านเป็นอะไรเหรอ.."
ฉับพลัน ท่าทางเมนึกถึงอะไรบางอย่างได้ เธอนิ่งเงียบหยุดความคิดไว้ หันไปหยิบเสื้อจากตู้ และพูดอย่างตัดสินใจแล้ว
"เปลี่ยนเสื้อก่อนละกันนะคะ เดี๋ยวเราไปหาซื้อเสื้อผ้ากัน คืนนี้แก้วมาอยู่กับพี่ก่อน"
แก้วหันไปสบตารอยยิ้มจางๆผุดขึ้นมาบนใบหน้า ความอ่อนล้าในใจบรรเทาลงได้บ้าง เธอพร่ำพูดอย่างระล่ำระลัก ด้วยฤทธิ์น้ำตาที่เอ่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
"ขะ..ขอบคุณค่ะ พี่ ขอบคุณ..ขอบคุณ"
เมยิ้มให้อย่างรักใคร่ หันไปหยิบกระเป๋าถือของตนและเดินนำจากห้อง
"ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ และเดี๋ยวค่อยไปหาไปอะไรทานและคุยกัน ไปหาซื้อเสื้อผ้าให้แก้วด้วย ใส่เสื้อพี่คงไม่ค่อยดีเท่าไร เชยออกอย่างนี้ มาเถอะค่ะ แก้วของพี่ มา.."
แก้วเดินตาม นำพาเอาสองเท้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝนนั้นออกไป ดวงตาของเธอตอนนี้ไม่เห็นสิ่งใด นอกจาก ผู้หญิงผมสั้นที่ดูทะมัดทะแมงแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนอย่างที่สุดคนนี้ สองมือของแก้วกอดเสื้อผ้าที่มีกลิ่นของเมจางๆเอาไว้ ใจเป็นสุข*